ความหมายของการกรองรังสี
          การกรองรังสีเป็นกระบวนการที่ทำให้พลังงานเฉลี่ยของลำรังสีที่มีหลายค่าพลังงาน
(heterogeneous energies)มีค่าสูงขึ้นโดยผ่านวัสดุดูดกลืนหนึ่ง เหตุผลของการกรองลำรังสี
คือ เพื่อลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับเอกซเรย์พลังงานต่ำที่ตัวกรองกรองออกไปไม่ได้มีผลต่อ
การสร้างภาพรังสีเลย แต่กลับเป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณรังสีให้กับผู้ป่วยอย่างเดียว

          ลำรังสีเอกซ์ที่ไม่ได้มีพลังงานเดียวแต่ประกอบด้วยพลังงานที่แตกต่างกันหลายค่า เครื่องกำเนิดเอกซเรย์แบบเฟสเดียว เมื่อตั้งค่าพลังงานที่ 90 kVp จะผลิตรังสีเอกซ์ที่มีพลังงานในช่วง 0 ถึง 90 kV ออกมา การกรองรังสีทำให้พลังงานเฉลี่ยของลำรังสีเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลใดก็ตามรังสีเอกซ์ที่มีพลังงานต่ำจะไม่เปลี่ยนไปเป็นรังสีเอกซ์ที่มีพลังงานสูง แต่รังสีเอกซ์พลังงานต่ำจะถูกดูดกลืนหรือกรองออกไปจากลำรังสีเอกซ์
         
          ความหนาครึ่งค่า (half-value layer) คือความหนาของวัสดุ (โดยทั่วไปใช้อลูมิเนียม) ซึ่งสามารถลดความเข้มของลำรังสีลงไปครึ่งหนึ่งจากความเข้มเดิม

          ลำรังสีเอกซ์ที่มีหลายค่าพลังงานเมื่อผ่านไปในวัสดุดูดกลืนที่มีความหนาพอ ค่า HVL จะมีค่าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เพราะเมื่อถูกกรองลำรังสีเอกซ์แข็งแกร่งขึ้น (hardened x-ray beam) รังสีเอกซ์ที่มีพลังงานต่ำจะถูกดูดกลืน เหลือไว้แต่รังสีเอกซ์ที่มีพลังงานมากกว่าที่ผ่านออกมาได้ ดังนั้นพลังงานเฉลี่ยของลำรังสีเอกซ์จึงสูงขึ้น

          ความเข้ม (intensity) ในที่นี้หมายถึงจำนวนของรังสีไม่ใช่พลังงานเฉลี่ย
ในภาพเคลื่อนไหวภาพที่แล้ว ความเข้มหรือปริมาณของรังสีจะลดลงเมื่อเพิ่มตัวกรองอลูมิเนียมเข้าไป แต่อย่างไรก็ตามพลังงานเฉลี่ยของลำรังสีก็ยังคงเพิ่มขึ้น
หรือกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า ลำรังสีที่เหลืออยู่หลังจากผ่านการกรองแล้วจะมีพลังงานเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าก่อนถูกกรอง พลังงานรวมลดลงหลังถูกกรอง แต่พลังงงานเฉลี่ยของลำรังสีเอกซ์เพิ่มขึ้น

          เนื่องจากการกรองลำรังสีเอกซ์ทำให้พลังงานเฉลี่ยของลำรังสีสูงขึ้น ดังนั้นการลดความเข้มของลำรังสีลงไปเรื่อยๆ ทีละครึ่งหนึ่งจึงต้องใช้วัสดุกรองรังสีหนามากขึ้นในแต่ละครั้งของการกรอง
จากตัวอย่างที่แล้ว อลูมิเนียมหนา 2 มิลลิเมตร สามารถลดความเข้มของลำรังสีลงจาก 10 R เหลือ 5 R
ถ้าต้องการลดความเข้มจาก 5 R ให้เหลือ 2.5 R ค่า HVL จะต้องหนากว่า 2 มิลลิเมตรอลูมิเนียม และถ้าต้องการลดความเข้มจาก 2.5 R ให้เหลือ 1.25 R จะต้องใช้อลูมิเนียมหนามากกว่าที่ใช้ลดความเข้มจาก 5 R เหลือ 2.5 R

          ค่า HVL ของหลอดเอกซเรย์สามารถหาได้ไม่ยาก ค่า HVL จะเปลี่ยนแปลงตามค่าความต่างศักย์สูงสุดที่ตั้งไว้ (kVp) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ โดยทั่วไปค่า HVL จะกำหนดที่ค่าความต่างศักย์สูงสุดเท่ากับ 80 kVp

          การหาค่า HVL ของหลอดเอกซเรย์ที่ค่า kVp ใด ให้ตั้งค่า mAs, kVp และระยะ SID แล้ววัดความเข้มของปริมาณรังสีโดยใช้เครื่องวัดกล่องอิออไนซ์ (ionization chamber) และบันทึกค่า
นำแผ่นอลูมิเนียมความหนาต่างๆ ไปติดที่ข้างใต้คอลลิเมเตอร์ด้วยเทปกาว ในแนวที่ลำรังสีเอกซ์ผ่าน ทุกครั้งที่เพิ่มความหนาของอลูมิเนียมให้ทำการวัดปริมาณรังสีด้วยเครื่องวัดกล่องอิออไนซ์และบันทึกค่า ทำจนกระทั่งวัดค่าปริมาณรังสีได้เป็นครึ่งหนึ่งของค่าเริ่มต้น ค่าความหนารวมของแผ่นอลูมิเนียมทั้งหมดที่เพิ่มเข้าไปคือค่า HVL สำหรับหลอดเอกซเรย์ที่ ค่า kVp ที่ตั้งไว้